เปิดเสียง “แกร๊กกกกก” — ทำไมลูกถึงยังพูดแค่ “อืม…อา” อย่างนั้น? ไหนบอกว่าจะพูด “แม่” “พ่อ” แล้วไง? พ่อแม่หลายคนก็ใจจดใจจ่อรอคอยคำแรกของลูกที่ทั้งหวานทั้งอุ่นราวกับคำทักทายจากสวรรค์! แต่ขอโทษนะครับ ลูกของคุณไม่ได้เป็นตุ๊กตาหมีที่สามารถพูดได้ตั้งแต่วันแรกที่คุณซื้อมา! ต้องใจเย็นครับ ตอนนี้เรามี วิธีช่วยเด็กเรียนรู้การพูดเร็วขึ้น ที่จะทำให้ลูกไม่แค่พูดคำว่า “อา” แต่สามารถพูด “พ่อ” หรือ “แม่” ได้แบบไม่ต้องรอไปถึง 5 ปี!

1. พูดกับลูกทุกวัน: อย่าหวังว่าเขาจะนั่งฟังอย่างสงบ
เสียง “โฮ่ๆๆ” ดังขึ้น – เด็กๆ ไม่ได้เป็นหุ่นยนต์นะครับ พวกเขาจะไม่ได้นั่งนิ่งๆ แล้วจับใจความจากที่คุณพูด! แต่การพูดกับลูกทุกวัน จะทำให้สมองเขาจดจำคำศัพท์ใหม่ๆ ได้ การพูดซ้ำๆ ให้เขาฟังจะช่วยกระตุ้นให้ลูกเริ่มหัดพูดคำต่างๆ แม้ว่าบางครั้งลูกจะทำหน้าทำตาเหมือนกับว่า “เอ๊ะ…พ่อพูดอะไรหว่า?” แต่เดี๋ยวเขาก็จะเริ่มพยายามพูดตาม!
ตัวอย่าง: “พ่อจะทำอาหารนะ…” เสียงชามกระทบกับโต๊ะ “หิวจังเลย” แล้วลูกของคุณมองมาที่คุณแล้วทำหน้าเหมือนจะบอกว่า “ไปหามื้อขนมกินดีกว่า” สุดท้ายลูกจะพูดว่า “ไข่!” ถึงแม้จะยังไม่ใช่ “พ่อ” ก็ตาม!
2. ร้องเพลงไปด้วยกัน: สังเกตเสียง “หมา!”
เสียง “เห่าเห่า” ดังขึ้น — อย่าคิดว่าลูกคุณจะเรียนรู้ได้จากการฟังแค่เสียงปกติเท่านั้น! เพลงที่มีทำนองที่น่ารักและเสียงที่โดดเด่นจะช่วยกระตุ้นการพูดของลูก! เด็กๆ ชอบความสนุก และถ้าคุณร้องเพลงและทำท่าทางประกอบลูกจะตื่นเต้นและพยายามตาม!
ตัวอย่าง: ลองร้องเพลง “หมาหอน” ไปพร้อมกับทำท่าหอน หรืออาจจะหอนแรงๆ ข้างๆ เขา… ลูกจะเริ่มหัวเราะและพูดว่า “หมา!” พอคุณร้องเพลง “หมาหอน” อีกครั้ง คุณอาจจะได้ยินเสียง “หมา!” ออกมาจากปากลูก และถึงแม้จะยังไม่ได้พูดคำว่า “พ่อ” หรือ “แม่” ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีนะครับ!
3. เล่าเรื่องให้ฟัง: อย่าหวังว่าเขาจะนิ่งๆ ฟังเรื่องราว
เสียง “ตุ๊บ…ตุ๊บ” จากการวิ่งไปทั่วบ้าน — เด็กๆ อาจจะไม่ได้ตั้งใจฟังทุกคำที่คุณพูด แต่การเล่าเรื่องให้เขาฟังเป็นวิธีที่ช่วยฝึกให้เขาจำคำใหม่ๆ ได้! บางครั้งลูกอาจจะวิ่งไปทั่วบ้าน แต่เชื่อเถอะว่าเขาจะจับใจความได้จากสิ่งที่คุณพูดแน่นอน! แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดตามแบบที่คุณหวังไว้ แต่การเล่าเรื่องทุกวันจะช่วยกระตุ้นการเรียนรู้คำพูด!
ตัวอย่าง: คุณอาจจะบอกลูกว่า “ช้าง!” แล้วเขาก็หันมามองและพูดว่า “ช้าง!” แน่นอนว่าไม่ใช่คำที่คุณหวังไว้อย่าง “พ่อ” หรือ “แม่” แต่ถ้าคุณฟังจากใจแล้ว… “ช้าง!” ก็ยังดีกว่าคำว่า “อืม…อา” ใช่ไหมครับ?
4. ให้ลูกเล่นกับเด็กคนอื่น: อะไรจะมีเสียงมากขนาดนี้!
เสียง “เฮ้! ไปเล่นกัน!” ดังขึ้น — อย่าคาดหวังให้ลูกของคุณเล่นได้เงียบๆ! การให้ลูกเล่นกับเด็กคนอื่นเป็นวิธีที่ดีในการช่วยให้เขาพูดได้เร็วขึ้น! เด็กๆ จะชอบคุยกัน พูดกันไปมา และแน่นอนว่าเขาจะพยายามพูดตามคำที่ได้ยินจากเพื่อน!
ตัวอย่าง: ลูกของคุณเห็นเด็กคนอื่นพูดว่า “ขอเล่นด้วย!” แล้วลูกของคุณพูดว่า “เล่น!” แม้ว่าจะไม่ใช่คำที่หวังไว้อย่าง “พ่อ” แต่เขาก็กำลังฝึกการพูดอยู่แล้วนะครับ!
5. จงอดทน: อย่าคาดหวังว่ามันจะง่ายขนาดนั้น
เสียง “อ้า…อ๊า!” จากการร้องไห้ดังขึ้น — ขอเตือนนะครับ ว่าการให้ลูกพูดเร็วไม่ใช่เรื่องง่าย! การพัฒนาภาษาเป็นกระบวนการที่ใช้เวลา ลูกอาจจะเริ่มพูดคำแรกเมื่ออายุ 12 เดือน หรือบางคนอาจจะช้ากว่านั้น แต่ก็อย่าหวังว่าเขาจะพูดได้เร็วเหมือนในโฆษณา! การอดทนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด!
ตัวอย่าง: วันหนึ่งลูกจะพูดว่า “อ้า!” และคุณอาจจะตื่นเต้นจนเกือบจะตะโกนว่า “พ่อ! พ่อ!” ก่อนที่เขาจะพูดคำจริงๆ ขึ้นมา! แต่เชื่อเถอะ ทุกๆ ความพยายามของลูกคือลูกก้าวไปข้างหน้า!
สรุป:
เสียง “แปะๆๆ” — การช่วยให้ลูกเรียนรู้การพูดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป! การพูดกับลูกทุกวัน ร้องเพลง เล่าเรื่องให้ฟัง ให้ลูกเล่นกับเพื่อนๆ และอดทน… สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกพูดได้เร็วขึ้น! ถึงแม้ว่าเขาจะไม่พูดคำที่คุณอยากได้ในตอนนี้ แต่เชื่อเถอะ… เมื่อเขาพูด “แม่” หรือ “พ่อ” สักวันหนึ่ง คุณจะไม่หยุดยิ้มแน่นอน!

Leave a Reply