การดูแลเด็กในสถานการณ์พิเศษ: เมื่อทุกอย่างเริ่มพัง!

คุณอาจจะคิดว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก (แบบที่บอกใครๆ ก็อยากมีลูกแบบคุณ), แต่พอเกิด สถานการณ์พิเศษ ทุกอย่างที่คุณรู้เรื่องการเลี้ยงเด็ก ก็อาจจะหายไปในพริบตา! วันนี้เราจะพาคุณไปดูวิธี การดูแลเด็กในสถานการณ์พิเศษ แบบที่ไม่ต้องตกใจ (หรือร้องห่มร้องไห้เหมือนอยู่ในละคร)!

การดูแลเด็กในสถานการณ์พิเศษ: เมื่อทุกอย่างเริ่มพัง!

1. สถานการณ์: เด็กเจ็บตัว… และคุณเริ่มคิดว่า “โอ้ไม่นะ! ตายแล้ว!”

“พลั่ก! โอ๊ย! แปะ…!”

เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกสะดุดหกล้มและหัวเข่ากระแทกพื้น คุณก็จะรู้สึกเหมือนโลกมันหยุดหมุน! หัวใจคุณจะกระโดดขึ้นไปอยู่ที่คอแล้วคิดว่า “โอ๊ย! หมอ! หมอ!” แต่เอาจริงๆ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก!

แทนที่คุณจะทำหน้าเหมือนว่าคุณเป็นหมอฝึกหัดที่ต้องรักษาคนไข้บาดเจ็บหนัก คุณลองหายใจลึกๆ แล้วบอกลูกว่า “ไม่เป็นไรนะลูก เดี๋ยวมันก็หาย” แล้วก็พาไปล้างแผลหรือพาไปนั่งที่โซฟา เพื่อให้ลูกสงบลง (แค่รอให้ลูกมองไปที่ของเล่นน่าจะดี!).

ทันใดนั้น… “โฮะ! โฮะ! โฮะ!” (เสียงหัวเราะเบาๆ ของลูกที่ลุกขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว)

2. สถานการณ์: ลูกไม่ยอมทานอาหาร… แล้วคุณเริ่มคิดว่าจะต้องอธิบายทำไมอาหารถึงไม่ยอมเข้าปาก!

“คงจะเป็นอาหารมื้อที่ไม่มีใครอยากกินจริงๆ!”

ถ้าลูกบอกว่า “ไม่หิว” แล้วทำท่าทางเหมือนจะเอาอาหารทิ้งขยะ (คุณก็กำลังคิดว่า “นี่มันอะไรกัน!?”) ก็อย่าเพิ่งหัวเสียไป เพราะอาหารเป็นแค่ตัวเลือก… ถ้าอาหารไม่เข้าปาก ก็มีขนมอยู่ (อย่าให้ลูกรู้!) หรือคุณอาจจะลองเปลี่ยนกลยุทธ์ไปเป็น “เอาไปเล่นก่อน เดี๋ยวเรากินกันทีหลังนะ!”

พอลูกเห็นขนมในมือคุณ “บ๊วบๆ ขนมกรอบ!” ก็เริ่มทานอาหารไปพร้อมๆ กับขนมเลย!

3. สถานการณ์: ลูกไม่อยากไปโรงเรียน… และคุณคิดว่าจะไปทำงานได้ยังไงหากลูกไม่ยอมไปโรงเรียน!

“ฮือ… ฮือ… ฮือ…”

ลูกไม่อยากไปโรงเรียน แล้วคุณก็คิดว่า “โอ้! ลูกจะต้องไปตามเช็คชีตชีวิตของฉันแน่ๆ!” แต่ลองหยุดคิดสักนิด! ลูกแค่มีอารมณ์ที่ไม่อยากไปจริงๆ ก็แค่พาไปอย่างนิ่มนวล ลองพูดว่า “วันนี้จะมีอะไรสนุกๆ รออยู่ที่โรงเรียน!”

ลูกอาจจะยังบ่นอยู่ “ไม่ไป! ไม่ไป!” แต่ลองใช้กลยุทธ์สุดท้ายคือ “ขนม! ถ้าไปโรงเรียนแล้วมีขนมให้!” (สุดท้ายลูกก็ไปโรงเรียนด้วยความคิดถึงขนม).

ทันใดนั้น… “อ้าาาาาาา!” (เสียงเงียบสงบหลังจากการประนีประนอม)

4. สถานการณ์: เด็กมีอาการป่วยเล็กน้อย… และคุณคิดว่าโลกจะพังลง!

“เฮ้อ… หมอ! หมอ! ฉันต้องการหมอ!”

เมื่อลูกเริ่มมีไข้ต่ำๆ และคุณเริ่มคิดว่า “ลูกต้องไปโรงพยาบาลแน่ๆ!” ไม่ต้องห่วงครับ เพราะมันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น!

ถ้าลูกมีไข้ต่ำกว่า 38.5 องศาเซลเซียส ให้หายใจลึกๆ แล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็หาย” จากนั้นให้ลูกดื่มน้ำเยอะๆ แล้วดูเขาพักผ่อนให้ดี แค่นี้มันก็พอแล้ว!

คุณอาจจะรู้สึกประหม่าแบบ “หวัดดีค่ะ หมอ… ลูกมีไข้ 37.8 องศาเซลเซียส!” แต่จริงๆ มันแค่ต้องพักผ่อนสักหน่อยก็หายแล้ว!

5. สถานการณ์: เด็กร้องไห้ไม่หยุด… จนคุณคิดว่า “โลกจะจบแล้ว!”

“โห! ฟ้าผ่าแล้ว! จะรอดไหม?”

ลูกเริ่มร้องไห้เหมือนจะเปิดการแสดง! คุณเริ่มคิดว่า “โอเค ลูกไปแสดงละครฮอลลีวูดหรือไงเนี่ย?!” แต่นี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่า ลูกต้องการความสนใจจากคุณ!

แทนที่จะยืนงงอยู่ในห้องน้ำ (หรือห้องนอน) กับหน้าตาเหมือนเพิ่งเห็นวิญญาณ ลองอุ้มลูกเบาๆ แล้วบอกว่า “ไม่ต้องห่วงนะลูก เดี๋ยวก็หยุดเอง” แล้วอาจจะพาไปดูของเล่นที่พึ่งซื้อมา (จะดีกว่าตะโกนใส่เขาให้ร้องหนักกว่าเดิม!).

ทันใดนั้น… “เงียบสงบ… ลูกนั่งลงพร้อมกับยิ้มเล็กๆ” ก็หายร้องไห้ไปแบบไม่ทันตั้งตัว!


สรุป: การดูแลเด็กในสถานการณ์พิเศษ… แบบพ่อแม่ที่ไม่ตกใจจนกลายเป็นสถานการณ์ใหม่!

หากเกิด สถานการณ์พิเศษ กับลูก คุณอาจจะต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับทุกอย่างแบบไม่ตกใจเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดูแลเด็กที่ยังเล็กอยู่! อย่าลืมว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความใจเย็น และการอยู่กับลูกด้วยความรัก เพื่อให้ทุกสถานการณ์ผ่านไปได้อย่างราบรื่นที่สุด!

การดูแลเด็กในสถานการณ์พิเศษ ต้องใช้ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และความคิด (พร้อมที่จะล้อเลียนบ้าง!) และที่สำคัญ อย่าลืมสนุกกับทุกๆ ช่วงเวลานั้นไปด้วย!