Author: ebu2t
-
การพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็ก: เพราะลูกไม่ใช่พระเอกในเรื่องของตัวเอง
ถ้าคุณอยากให้ลูกมีการพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็ก โตขึ้นมาเป็นคนที่เข้าใจคนอื่น ไม่ใช่แค่คนที่เอาแต่เล่นเกมหรือดูการ์ตูนจนลืมโลกภายนอก บทความนี้อาจช่วยให้คุณมีทักษะในการเลี้ยงลูกดีขึ้น! อย่าปล่อยให้ลูกโตไปแล้วไม่รู้ว่าควรจะพูด “ขอโทษ” หรือ “ขอบคุณ” เมื่อทำผิด — เพราะนั่นไม่ใช่คำพูดที่ควรจะหายไปจากคำศัพท์ของเด็กในยุคนี้! “เหรอ? ขอโทษ… ขอบคุณ…” นี่คือคำพูดที่ลูกของคุณต้องใช้ให้เป็น เพราะโลกนี้มันไม่หมุนรอบตัวเขาคนเดียว หัวข้อ “การพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็ก” เนี่ย ค่อนข้างจะสำคัญมากในยุคนี้ สอนลูกให้รู้จักแบ่งปัน เคารพ และพูดคุยกับคนอื่นได้อย่างมีมารยาท ถ้าไม่อยากให้ลูกโตไปแล้วกลายเป็นคนที่ไม่รู้จะพูดอะไรในสังคม หรือไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้จะเข้ากับใครยังไง 1. การเล่นร่วมกับผู้อื่น: ไม่ใช่ทุกคนในโลกจะยอมตามใจลูก นึกภาพว่า ลูกของคุณกำลังเล่นกับเพื่อนอยู่ และกำลังแย่งของเล่น “เอ๊ะ! ของฉัน!” เด็กคนหนึ่งบอกขึ้นมา “ของฉัน!!” แล้วคุณก็ต้องบอกว่า “ลูกเอาใหม่! นี่คือการแบ่งปัน!” แต่ลูกของคุณยังยืนกรานที่จะไม่ยอม “ไม่! มันของฉัน! ขอให้หายไป!” (เสียงกร๊อบกรอบ!!) บอกตรงๆ มันน่าจะเหมือนกับตอนที่ลูกโตแล้วไม่รู้จะไปทำความรู้จักกับใครเลย การเล่นร่วมกับเพื่อนคือทักษะที่สำคัญมาก ซึ่งลูกต้องเรียนรู้ตั้งแต่เล็กๆ เพราะการเล่นที่ดีไม่ใช่แค่การเอาของไปให้คนอื่น แต่ต้องรู้จักแบ่งปันและรู้วิธีการเล่นกับคนอื่นไม่ให้ทะเลาะกันจนทำให้ทุกคนหนีหายไป 2. การสื่อสาร: ลูกไม่ใช่หุ่นยนต์ที่พูดแค่ “เหรอ?” เมื่อคุณถามลูกว่า “ไปโรงเรียนวันนี้สนุกไหม?”…
-
“การเลือกชุดนอนสำหรับเด็ก เลือกผิด = คืนนี้ไม่นอน!”
(เสียงเด็กกรี๊ดลั่นบ้านตอนตีสอง…)“แม่จ๋า หนูคันนนนน!” (เสียงเกาหนักมาก)“พ่อออ หนูร้อนนนน!” (เสียงเตะผ้าห่มกระเด็น)“พี่ๆๆ กางเกงมันติดก้น!!!” (เสียงดึงกางเกงดังแคว่ก!) ถ้าคุณคิดว่าเลือกชุดนอนให้ลูกมันเรื่องง่าย ขอให้ย้อนกลับไปคิดใหม่! เพราะเลือกพลาดนิดเดียว บ้านคุณจะกลายเป็นสมรภูมิกลางดึก และเชื่อเถอะว่าคุณจะไม่มีวันได้นอนอย่างสงบสุขอีกเลย! ดังนั้น มาเรียนรู้ การเลือกชุดนอนสำหรับเด็ก กันเถอะ ก่อนที่คืนนี้จะเป็นอีกคืนที่ต้องสวดมนต์ขอให้ลูกหลับสนิท! 1. ผ้านุ่ม สำคัญกว่าลายการ์ตูน! (เสียงถอนหายใจหนักๆ)“เอาชุดนี้นะลูก?”“ไม่เอา! หนูจะเอาอันที่เป็นลายไดโนเสาร์!”“แต่ตัวนี้มันแข็งจนถูตัวแทนใยบวบได้นะ!”“ไม่สน! เอาไดโนเสาร์!” เด็กๆ สนใจแค่ลายการ์ตูนที่ชอบ แต่คุณต้องฉลาดกว่า! ผ้าที่ดีต้อง นุ่ม ใส่สบาย ระบายอากาศได้ ไม่ใช่แค่สวยแต่แข็งโป๊กจนลูกต้องทนทุกข์อยู่ข้างใน ผ้าฝ้าย 100% เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะมันช่วยให้ลูกนอนหลับสบาย และไม่รู้สึกเหมือนกำลังถูกห่อเป็นของฝากจากร้านผ้าไทย! 2. ไซซ์ต้องพอดี ไม่ใช่ชุดว่ายน้ำหรือเสื้อกันหนาว! (เสียงกางเกงขาดดังแคว่ก! … เงียบกริบก่อนเสียงร้องไห้จะตามมา) ชุดนอนเด็กไม่ควรรัดแน่นจนเหมือนเตรียมแข่งโอลิมปิก และไม่ควรหลวมจนวิ่งแล้วสะดุดขาตัวเอง อย่าคิดว่า “ซื้อเผื่อโต” เป็นไอเดียที่ดี เพราะเด็กไม่ใช่ต้นไม้ที่โตตามเสื้อ! ✔ เลือกขนาดพอดี ไม่แน่นจนหายใจไม่ออก และไม่หลวมจนต้องเดินยกกางเกงตลอดเวลา 3. การเลือกชุดนอนสำหรับเด็ก =…
-
การดูแลเด็กในสถานการณ์พิเศษ: เมื่อทุกอย่างเริ่มพัง!
คุณอาจจะคิดว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก (แบบที่บอกใครๆ ก็อยากมีลูกแบบคุณ), แต่พอเกิด สถานการณ์พิเศษ ทุกอย่างที่คุณรู้เรื่องการเลี้ยงเด็ก ก็อาจจะหายไปในพริบตา! วันนี้เราจะพาคุณไปดูวิธี การดูแลเด็กในสถานการณ์พิเศษ แบบที่ไม่ต้องตกใจ (หรือร้องห่มร้องไห้เหมือนอยู่ในละคร)! 1. สถานการณ์: เด็กเจ็บตัว… และคุณเริ่มคิดว่า “โอ้ไม่นะ! ตายแล้ว!” “พลั่ก! โอ๊ย! แปะ…!” เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกสะดุดหกล้มและหัวเข่ากระแทกพื้น คุณก็จะรู้สึกเหมือนโลกมันหยุดหมุน! หัวใจคุณจะกระโดดขึ้นไปอยู่ที่คอแล้วคิดว่า “โอ๊ย! หมอ! หมอ!” แต่เอาจริงๆ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก! แทนที่คุณจะทำหน้าเหมือนว่าคุณเป็นหมอฝึกหัดที่ต้องรักษาคนไข้บาดเจ็บหนัก คุณลองหายใจลึกๆ แล้วบอกลูกว่า “ไม่เป็นไรนะลูก เดี๋ยวมันก็หาย” แล้วก็พาไปล้างแผลหรือพาไปนั่งที่โซฟา เพื่อให้ลูกสงบลง (แค่รอให้ลูกมองไปที่ของเล่นน่าจะดี!). ทันใดนั้น… “โฮะ! โฮะ! โฮะ!” (เสียงหัวเราะเบาๆ ของลูกที่ลุกขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว) 2. สถานการณ์: ลูกไม่ยอมทานอาหาร… แล้วคุณเริ่มคิดว่าจะต้องอธิบายทำไมอาหารถึงไม่ยอมเข้าปาก! “คงจะเป็นอาหารมื้อที่ไม่มีใครอยากกินจริงๆ!” ถ้าลูกบอกว่า “ไม่หิว” แล้วทำท่าทางเหมือนจะเอาอาหารทิ้งขยะ (คุณก็กำลังคิดว่า “นี่มันอะไรกัน!?”) ก็อย่าเพิ่งหัวเสียไป เพราะอาหารเป็นแค่ตัวเลือก… ถ้าอาหารไม่เข้าปาก…
-
วิธีช่วยเด็กเรียนรู้การพูดเร็วขึ้น: บอกลา “อืม…อา” แล้วมาฟังกัน!
เปิดเสียง “แกร๊กกกกก” — ทำไมลูกถึงยังพูดแค่ “อืม…อา” อย่างนั้น? ไหนบอกว่าจะพูด “แม่” “พ่อ” แล้วไง? พ่อแม่หลายคนก็ใจจดใจจ่อรอคอยคำแรกของลูกที่ทั้งหวานทั้งอุ่นราวกับคำทักทายจากสวรรค์! แต่ขอโทษนะครับ ลูกของคุณไม่ได้เป็นตุ๊กตาหมีที่สามารถพูดได้ตั้งแต่วันแรกที่คุณซื้อมา! ต้องใจเย็นครับ ตอนนี้เรามี วิธีช่วยเด็กเรียนรู้การพูดเร็วขึ้น ที่จะทำให้ลูกไม่แค่พูดคำว่า “อา” แต่สามารถพูด “พ่อ” หรือ “แม่” ได้แบบไม่ต้องรอไปถึง 5 ปี! 1. พูดกับลูกทุกวัน: อย่าหวังว่าเขาจะนั่งฟังอย่างสงบ เสียง “โฮ่ๆๆ” ดังขึ้น – เด็กๆ ไม่ได้เป็นหุ่นยนต์นะครับ พวกเขาจะไม่ได้นั่งนิ่งๆ แล้วจับใจความจากที่คุณพูด! แต่การพูดกับลูกทุกวัน จะทำให้สมองเขาจดจำคำศัพท์ใหม่ๆ ได้ การพูดซ้ำๆ ให้เขาฟังจะช่วยกระตุ้นให้ลูกเริ่มหัดพูดคำต่างๆ แม้ว่าบางครั้งลูกจะทำหน้าทำตาเหมือนกับว่า “เอ๊ะ…พ่อพูดอะไรหว่า?” แต่เดี๋ยวเขาก็จะเริ่มพยายามพูดตาม! ตัวอย่าง: “พ่อจะทำอาหารนะ…” เสียงชามกระทบกับโต๊ะ “หิวจังเลย” แล้วลูกของคุณมองมาที่คุณแล้วทำหน้าเหมือนจะบอกว่า “ไปหามื้อขนมกินดีกว่า” สุดท้ายลูกจะพูดว่า “ไข่!” ถึงแม้จะยังไม่ใช่ “พ่อ” ก็ตาม!…
-
เทคนิคการเลี้ยงเด็กวัยเตาะแตะ: อย่าหวังว่าจะได้พักผ่อน!
เอาละครับ! ถ้าคุณคิดว่า เทคนิคการเลี้ยงเด็กวัยเตาะแตะ จะทำให้ชีวิตคุณสงบสุขเหมือนกับโฆษณาผลิตภัณฑ์เด็กในทีวี… ขอบอกเลยว่า “ลืมไปเถอะ”! เด็กวัยนี้ไม่ได้รู้จักคำว่า “หยุด” และถ้าคุณหวังว่าเขาจะนั่งนิ่งๆ เล่นของเล่นเสริมพัฒนาการ หรือกินข้าวอย่างสงบ คุณอาจจะต้องเตรียมใจไว้ว่า… มันจะไม่เกิดขึ้น! 1. เตรียมตัวให้พร้อมกับการ “ขว้าง” ทุกสิ่ง! เด็กวัยเตาะแตะมีความสามารถพิเศษในการขว้างของที่คุณพยายามให้พวกเขาทำกิจกรรมดีๆ อย่างมืออาชีพ! ถ้าคุณตั้งใจจะให้เขานั่งเล่นของเล่นเสริมพัฒนาการที่คุณคิดว่ามันน่าสนใจ คุณอาจจะต้องขอโทษที่คาดหวังไว้สูงไปหน่อย เพราะพวกเขาจะโยนมันทิ้งไปในพริบตา แล้วหันไปจับกล่องกระดาษหรือไม้กวาดแทน! เช่น วันหนึ่งพยายามจะให้ลูกเล่นบล็อกต่อจากของเล่นเสริมพัฒนาการที่ดูน่ารัก แต่นั่นเป็นแค่เรื่องราวในโลกแห่งจินตนาการ! เพราะลูกโยนมันข้ามห้องเหมือนการขว้างลูกบอลที่สนามฟุตบอล แล้ววิ่งไปเกาะขอบโต๊ะกินข้าวแทน! คำแนะนำ: ควรเตรียมตัวรับมือกับการหา “ของดี” ที่เด็กจะไม่ได้ใช้เพราะของเขาคือกล่องกระดาษและไม้กวาด! 2. คาดหวังความสะอาด? ลืมไปเลย! คิดว่าจะเลี้ยงเด็กวัยเตาะแตะได้สะอาดสะอ้าน? บอกเลยว่า คุณต้องเตรียมใจไปกับมัน! บ้านจะเต็มไปด้วยคราบอาหารที่เด็กๆ จะทิ้งไว้ทุกที่ และถ้าคุณคิดว่าเด็กจะนั่งกินข้าวอย่างสงบ… คุณคงคิดผิด! วันหนึ่งพยายามจะให้ลูกกินข้าวในจานสวยๆ แต่ลูกกลับเลือกที่จะเล่นกับข้าวกลิ้งไปตามพื้นแทน—ข้าวติดเสื้อคุณยังไม่พอ ยังมีคราบซอสทั่วบ้านอีก! สุดท้าย… คุณกลายเป็นคนที่ทานอาหารผ่านตัวเอง (จากข้าวที่ติดในเสื้อ)! คำแนะนำ: บ้านสะอาด? แค่ลืมไปเถอะ! คุณจะได้ความพยายามในการเก็บข้าวและอาหารที่ขว้างไปบนพื้นตลอดทั้งวัน! 3. ทุกวันต้องมีความว้าว! อย่าทำให้เบื่อ…
-
ของขวัญวันเกิดเด็ก: ถ้าคุณคิดว่าคุณซื้อของดีแล้ว เด็กๆ อาจจะไม่คิดแบบนั้น
เอาละครับ เรื่องของ ของขวัญวันเกิดเด็ก นี่มันไม่ใช่แค่การไปห้างแล้วปาเงินใส่โต๊ะแล้วซื้ออะไรก็ได้ มันต้องคิดให้ดี! ถ้าคุณคิดว่าเด็กๆ จะขอบคุณที่คุณซื้อของเล่นที่แพงที่สุดในห้าง บอกเลยครับ… เด็กๆ ไม่ได้คิดแบบนั้นหรอก! อาจจะได้ยินคำชมสัก 5 วินาทีตอนที่แกะของขวัญเสร็จ จากนั้น? มันก็ถูกโยนทิ้งไว้ข้างๆ แล้ว เด็กๆ ก็วิ่งไปเล่นกับกล่องกระดาษที่มันใส่มา! ของขวัญวันเกิดเด็ก.. หรือของที่พังไปใน 5 นาที? พ่อแม่หลายคนคิดว่า ของขวัญวันเกิดเด็ก ต้องเสริมพัฒนาการใช่ไหม? เอาล่ะ ถ้าคุณซื้อลูกบล็อกที่มีรูปร่างต่างๆ ให้เด็กเล่นฝึกสมอง เอ่อ… อาจจะไม่ได้ผลอย่างที่คุณคิด เพราะว่าเด็กๆ สนใจแค่ “ของเล่นที่มีเสียงปังๆ” หรือ “ของเล่นที่มันขยับได้” มากกว่า! (จะบอกว่าคุณคงเคยเห็นเด็กๆ เล่นของเล่นพวกนี้แล้วทิ้งไปใช้มือถือของคุณใช่มั้ย?) ถ้าคุณเลือก ของขวัญวันเกิดเด็ก ที่มีเสียง บอกเลยว่าเตรียมยิ้มรับความพึงพอใจจากเด็กๆ นั่นแหละ… แต่ถ้าคุณเลือกของที่มันไม่มีอะไรเลย ไม่ต้องแปลกใจถ้าเด็กจะมองคุณด้วยสายตาเหมือน “เอ้า! ซื้อมาให้ทำไม?” ของขวัญที่มีคุณค่า? หรือกลายเป็นขยะใน 3 วัน? เอาเถอะ… เราคงพูดถึง ของขวัญวันเกิดเด็ก ที่มีคุณค่าอย่าง…
-
ทารกอุจจาระเหนียวและเหม็น: สาเหตุและวิธีการดูแลรักษา
ทารกอุจจาระเหนียวและเหม็น อาจจะสร้างปัญหาให้กับพ่อแม่เด็กได้ อาจจะเป็นปัญหา สุขภาพในภายใน เราจะต้องรู้สาเหตุเพื่อจะได้ แก้ปัญหา ให้ลูกนอนคุณมีสุขภาพที่ดีและสบายตัว โดยปกติ ทั่วไปแล้วอุจจาระของเด็ก จะ มีสีเหลือง หรือสีมัสตาร์ด มีกลิ่นอ่อนๆ ตามที่ทารกกินขนมกินนม สีเหลืองถึงสีน้ำตาล ทารกอาจจะกิน อาหารที่แข็ง สีแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอาหารและนมที่ดื่ม ปกติทั่วไปจะเป็นสีน้ำตาลหรือสีเขียว มีความแน่น เล็กน้อยเหมือนอุจจาระของผู้ใหญ่ เก่งปกติจะไม่แรงมาก สาเหตุที่อุจจาระเหนียวและมีกลิ่นเหม็น มีได้หลายปัจจัย ซึ่ง อาจจะเป็นปัจจัยดังนี้คือ การเปลี่ยนแปลงสูตรนมหรืออาหาร เมื่อ ทารก กินอาหารแข็ง อุจจาระจะมีการเปลี่ยนสี ได้ มีกลิ่นและ เส้นใยหรือโปรตีนบางตัวที่ทำให้เครียดเหนียวและมีกลิ่นมากขึ้นหน้า ขึ้นอาจจะเกิดสาเหตุจากการ ปรับตัว จากการเปลี่ยนส่วนหนึ่งไปเป็นส่วนหนึ่ง หรืออาจจะเป็นการแพ้ อาหารได้ ย่อยแลคโตสมีปัญหา อาจจะมีการย่อยแลคโตสที่ไม่ดีมีปัญหาส่งผลให้อุจจาระเหนียวและส่งกลิ่นเหม็นหรืออาจจะมีการแพ้โปรตีนหรือนมทำให้อุจจาระมีอาการเหนียวหรือเหม็นยิ่งขึ้น ปัญหาการดูดซึม ซึ่งอาจจะ เกิดปัญหาการดูดซึมที่ผิดปกติ การผิดปกติทางพันธุกรรมทำให้ระบบการย่อย ไขมันและโปรตีนได้ไม่ดี การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสการติดเชื้อ ทางกระเพาะ ลำไส้อักเสบ ทำให้อุจจาระ มีกลิ่นหรือเปลี่ยนแปลง อาจจะมีอาการท้องเสียอ้วกมีไข้ขึ้นได้ ตับอ่อนมีปัญหา การย่อยเอนไซม์ไม่เพียงพอต่อการดื่มซึมทำให้จะล้ามีการเหนียวและมีส่งกลิ่นเหม็น ลำไส้ทำงานได้ไม่ดี…
-
ทารกนอนหลับไม่สนิท: สาเหตุและวิธีการดูแลเพื่อสุขภาพการนอนที่ดีทารกนอนหลับไม่สนิท
ทารกนอนหลับไม่สนิท การนอนหลับเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับ ทารกหรือเด็กเป็นส่วนสำคัญใน พัฒนาการเจริญวัย ของทารกถ้าเราหลับไม่สนิท การนอนหลับไม่ดีอาจจะเป็นปัญหา จะต้อง หาวิธีทำให้ทารกนอนหลับได้อย่างสงบ ทำความเข้าใจการนอนของทารก ซึ่งทารกมีการนอนที่แตกต่าง กันจากผู้ใหญ่ จะต้องทำความเข้าใจเพื่อให้แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รอบการนอนหลับของทารกจะหลับสั้นกว่าผู้ใหญ่ โดยปกติทั่วไปแล้วการนอนหลับจะอยู่ที่ประมาณ 50 ถึง 60 นาที ซึ่งถ้าผ่านช่วงนี้จะเป็นช่วงที่มีการนอนหลับลึก ถ้าทำความเข้าใจในวัฏจักรนี้ช่วยจะ แก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม การนอนหลับ มากกว่าผู้ใหญ่ โดยทั่วไปทารกแรกเกิดจะนอนหลับเป็น 4-17 ชั่วโมงต่อวัน และจะค่อยๆลดลงตามสัดส่วนเมื่ออายุมากขึ้น เมื่อถ้าประมาณ 6 เดือนขึ้นไปอาจจะนอนหลับมากถึงประมาณ 13-14 ชั่วโมงต่อวัน รวมทั้งกลางวันกลางคืนและงีบหลับด้วย ปัจจัยที่ส่งผลในการนอนหลับของทารก ก็คือ การ ไม่หิว การรู้สึกสบาย เช่นอากาศ และการ เปลี่ยนผ้าอ้อม ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเสียง อุณหภูมิ และปัจจัย เรื่องสุขภาพ แข็งแรงปกติไม่เจ็บป่วย สาเหตุที่ทารกนอนหลับได้ไม่สนิท ความหิวทารกอาจจะต้องได้รับนม บ่อยครั้ง อาจจะทำให้มีการรบกวนทางการนอน ความรู้สึกไม่สบายในที่นี้อาจจะเป็นภาวะแวดล้อม พื้นผิวในการนอนผ้าอ้อมเสื้อต่างๆมีรัดแน่นเกินไปไหม ข้อสะดวกสบายจะเป็นตัวช่วยในการนอนหลับได้อย่างดีขึ้น การถูกกระตุ้น ทารกบางคนอาจจะถูกกระตุ้น…
-
ทารกอาเจียน: สาเหตุ อาการ และการดูแลรักษาที่คุณควรรู้
ทารกอาเจียน พ่อแม่ อาจจะตกใจเมื่อลูกน้อยของคุณ อาเจียนหรือพวก อาจจะเกิดปัจจัยได้หลายประการโดยอาจจะเป็นสภาวะที่พบได้ปกติจนถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง จำเป็นจะต้องเข้าใจถึงสาเหตุเพื่อ รู้ว่าเป็นสัญญาณของอาการอะไร จะได้ป้องกันดูแลรักษาถูกให้ทารกของคุณปลอดภัย ทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการอาเจียนของทารก การอ้วกหรืออาเจียน เป็นการขับสิ่งที่อยู่ในกระเพาะออกมาทาง ปาก โดยอาจจะเป็นการ สำรองนม หรือน้ำ ซึ่งแตกต่างจากการถ่มน้ำลาย รานอาเจียนอาจารย์เกิดได้เป็นเรื่องปกติ ถ้าเกิดนานๆที ปกติแล้วจะไม่มีอาการที่รุนแรงแต่ก็อาจจะมีอาการอาเจียน บางครั้งหรือบ่อยครั้ง หรือรุนแรงอาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสุขภาพภายใน ที่ซ่อนอยู่ได้ สาเหตุของอาการอาเจียนของทารก กรดไหลย้อน เป็นภาวะที่สามารถพบได้บ่อยในทารกที่กระเพาะอาหารสามารถ ไหลย้อนกลับเข้าสู่หลอดอาหารทำให้เกิดการอาเจียน การติดเชื้อ ต่างๆเช่นไวรัสได้ อาจจะทำให้กระเพาะหรือลำไส้ มีอาการอักเสบและเกิดอาการท้องเสีย ส่งผลให้อาเจียนหรืออ้วกออกมา เพื่อคายแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ แพ้นม ทารกของคุณอาจจะแพ้นม วางผลิตภัณฑ์ได้ อย่างเช่นนมถั่วเหลือง ได้ การให้นมมากเกินไป อาจจะส่งผลทำให้ภาวะของคุณมีการอาเจียนได้ ทารกอาจจะอิ่มเมื่อคืนไปจนอ้วกออกมา ผลข้างเคียงของยา ยาบางชนิดอาจจะส่งผลทำให้ทารกของคุณอาเจียนออกมาได้อาจจะเป็นผลข้างเคียงของยา ควรจะปรึกษา ผู้ดูแลสุขภาพหรือหมอ อาจจะกินวัสดุแปลกปลอม เนื่องจากเป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น การจิบสิ่งของต่างๆและกิน เข้าไป อาจจะเป็นตัวขัดขวาง ลำคอทางเดินอาหารที่ทำให้อ้วกได้ อาจจะมีโรคทางการแพทย์อื่นๆ เช่นความผิดปกติของ metabolism เยื่อหุ้มสมองอักเสบความดันต่างๆทำให้เกิดการอาเจียนได้ ถ้าดูมีอาการอื่นแทรกซ้อนควรจะต้องได้รับประเมินจากการแพทย์…
-
ทารกขี้ตาเยอะ: สาเหตุและวิธีดูแลลูกน้อยอย่างถูกต้อง
ทารกขี้ตาเยอะเป็นสิ่งที่พบเจอได้เป็นปกติในทารกแต่ก็อาจจะสร้างปัญหาความวิตกกังวลให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้ดังนั้นเราควรจะรู้สาเหตุและวิธีการดูแล เมื่อทารกของคุณมีขี้ตา อยู่ในตาค่อนข้างเยอะ สาเหตุของขี้ตาในทารกคือ 1 ท่อน้ำตาอุดตัน เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยอาจจะมีอาการอุดตันตั้งแต่กำเนิดทำให้น้ำตาอัศจรรย์สะสมและบางทีอาจจะติดเชื้อได้ มีอาการน้ำตาไหลอยู่ตลอดเวลา และมีขี้ตาสีเหลืองๆหรือว่าสีเขียวเกาะอยู่รอบๆขอบตา ส่วนมากแล้วจะสามารถหายได้เอง ในปีแรกๆ อาจจะใช้การ นวดท่อน้ำตา โดยอ่อนโยนจะสามารถช่วยลดการอุดตันได้ปรึกษาการนวด โดยแพทย์ 2 เยื่อบุอักเสบ อาจจะมีโรคตาแดงหรือเยื่อบุอักเสบได้ ซึ่งอยู่ในส่วนของตาขาว หรือภาย ไม่เปลือกตาซึ่งสาเหตุมาจากภูมิแพ้ แบคทีเรียหรือไวรัสได้ มีอาการบวมแสดงมีน้ำตามากทำให้มีขี้ตา เพิ่มขึ้น การรักษาจะต้องใช้ยาหยอด ยาต้านไวรัสยาแก้แพ้ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ต้องให้หมอทำการวินิจฉัย 3 การติดเชื้อในตาของทารกแรกเกิด อาจจะมีการสัมผัสแบคทีเรียหรือไวรัสขณะคลอดตาแดงบัวมีขี้ตามาก การรักษาทั้งการแพทย์เป็นสิ่งที่สำคัญวินิจฉัยรักษาที่ถูกต้องโดยทั่วไปจะหยอดตา 4 หวัด ทารกของคุณก็เป็นเช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไปที่สามารถเป็นหวัดหรือมีขี้ตาร่วมกับวัดได้ อาจจะมี อาการอื่นน้ำตาไหลการคัดจมูก ต่างๆ ต้องให้ทารกดื่มน้ำอย่างเพียงพอมีเครื่องทำความชื้นจะช่วยให้ขี้ตา หายไปเมื่อวัตต์ดีขึ้นได้ วิธีดูแลทารกที่มีขี้ตา 1 ทำความสะอาดขี้ตาเช็ด ด้วยผ้า นุ่มชุบน้ำอุ่น บริเวณด้านในและด้านนอก ของดวงตา เพื่อป้องกันการติดเชื้อใช้ผ้าหรือสำลีก้อน เช็ดออกให้แห้ง 2.ล้างมือให้สะอาดก่อนที่จะสัมผัสตาของทารกเพื่อ ลดภาวะการเสี่ยงเพื่อกระจายการติดเชื้อ และรักษาความสะอาดต่างๆ ภายในห้อง 3 หลีกเลี่ยงสารระคายเคืองต่างๆเช่นฝุ่นควันสารระคายเคืองต่างๆที่อาจจะทำให้ขี้ตามากขึ้น 4.ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เมื่อแพทย์…